เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
จากข่าวสารสู่การสร้างความเข้าใจ : บทบาทสื่อของราชมงคลสุวรรณภูมิในสังคมดิจิทัล

จากข่าวสารสู่การสร้างความเข้าใจ : บทบาทสื่อของราชมงคลสุวรรณภูมิในสังคมดิจิทัล

ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนอย่างรอบด้าน การรับรู้ข่าวสารได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างชัดเจน จากเดิมที่ผู้รับสารเข้าถึงข้อมูลผ่านโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ปัจจุบันข่าวสารสามารถส่งต่อถึงผู้คนได้อย่างรวดเร็วผ่านเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ ขณะเดียวกัน ผู้รับสารไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข้อมูลเท่านั้น แต่ยังสามารถมีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น ผลิตเนื้อหา และเผยแพร่ข้อมูลไปยังสังคมได้ด้วยตนเอง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้ “สื่อมหาวิทยาลัย” มีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยมิได้ทำหน้าที่เพียงจัดการศึกษาและผลิตบัณฑิตเท่านั้น หากยังเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม ตลอดจนกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคมและประเทศ การสื่อสารเรื่องราวเหล่านี้จึงเป็นอีกภารกิจสำคัญในการสร้างการรับรู้และความเข้าใจต่อบทบาทของมหาวิทยาลัยในสายตาของสังคม

สำหรับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ การสื่อสารผ่านเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ และช่องทางประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย จึงไม่ได้มุ่งเพียงการนำเสนอข่าวสารหรือรายงานกิจกรรมที่เกิดขึ้น แต่เป็นการถ่ายทอดเรื่องราว ผลงาน และคุณค่าของมหาวิทยาลัยไปยังนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ชุมชน ภาคประกอบการ และประชาชนทั่วไป เพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้องและเห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน

จาก “การรายงานข่าว” สู่ “การสื่อสารความหมาย” การทำข่าวประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิทัลจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการตอบคำถามว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน และเมื่อใด แต่ควรก้าวไปสู่การนำเสนอว่า เหตุใดเรื่องนั้นจึงมีความสำคัญ และสร้างคุณค่าอย่างไรต่อผู้รับสาร มหาวิทยาลัย และสังคม

ข่าวกิจกรรมของนักศึกษาเป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง “การรายงานข่าว” กับ “การสื่อสารความหมาย” หากนำเสนอเพียงกำหนดการ รายชื่อผู้เข้าร่วม และรายละเอียดของกิจกรรม ผู้รับสารอาจรับรู้เพียงว่ามหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมขึ้น แต่หากเนื้อหาสามารถถ่ายทอดให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ กระบวนการเรียนรู้ ทักษะที่นักศึกษาได้รับ ตลอดจนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ย่อมช่วยให้ผู้รับสารมองเห็นคุณค่าของกิจกรรมนั้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับการสื่อสารผลงานวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมีเนื้อหาทางวิชาการและรายละเอียดเฉพาะด้าน ผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อสารองค์กรจึงมีบทบาทสำคัญในการเรียบเรียงและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้มีความถูกต้อง กระชับ และเข้าใจง่าย โดยไม่ลดทอนสาระสำคัญ เพื่อให้ผลงานของคณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาสามารถเข้าถึงผู้รับสารในวงกว้าง และสะท้อนศักยภาพของมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นรูปธรรม

คัดเลือก “เรื่องราว” ที่มีคุณค่า สู่การสื่อสารที่มีความหมาย การทำงานด้านสื่อสารมวลชนและสื่อสารองค์กรไม่ได้หมายถึงการนำเสนอทุกเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ต้องอาศัยการพิจารณาและคัดเลือกประเด็นที่มีความสำคัญ เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และสามารถนำไปสู่การสร้างการรับรู้และความเข้าใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภายในมหาวิทยาลัยมีเรื่องราวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการจัดการศึกษา งานวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการ กิจกรรมของนักศึกษา การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและสังคม

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการทำให้มหาวิทยาลัย “มีข่าว” แต่คือการค้นหา ประเด็นที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อผู้รับสาร แล้วนำมาถ่ายทอดอย่างเหมาะสม เพื่อให้เรื่องราวจากภายในมหาวิทยาลัยสามารถเชื่อมโยงกับความสนใจและบริบทของสังคมภายนอกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ในมุมนี้ ผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อสารองค์กรจึงต้องทำหน้าที่มากกว่าผู้ผลิตข่าว แต่ต้องเป็นผู้ที่มองเห็น “คุณค่าของเรื่องราว” และสามารถนำคุณค่านั้นมาถ่ายทอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการสื่อสารของมหาวิทยาลัย

สื่อมหาวิทยาลัย : สะพานเชื่อมมหาวิทยาลัยสู่สังคม สื่อมหาวิทยาลัยเปรียบเสมือน “สะพาน” ที่เชื่อมโยงสิ่งที่มหาวิทยาลัยดำเนินการกับสิ่งที่สังคมได้รับรู้และเข้าใจ เพราะแม้มหาวิทยาลัยจะมีผลงานที่โดดเด่น มีองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ หรือมีกิจกรรมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน แต่หากขาดการสื่อสารที่เหมาะสม เรื่องราวเหล่านั้นอาจไม่สามารถเข้าถึงสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ

ในทางกลับกัน การสื่อสารที่ดีสามารถทำให้เรื่องราวจากภายในมหาวิทยาลัยได้รับการมองเห็นในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นผลงานของนักศึกษาที่นำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ชุมชน งานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง หรือความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มุ่งสร้างโอกาสและประโยชน์ร่วมกัน

เรื่องราวเหล่านี้จึงเป็นมากกว่าข่าวกิจกรรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อน อัตลักษณ์ ศักยภาพ และบทบาทของมหาวิทยาลัย ที่มีต่อสังคม

สื่อดิจิทัล : ความเร็วต้องมาพร้อมความถูกต้อง แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะทำให้การเผยแพร่ข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพไม่สามารถวัดได้จากความเร็วเพียงอย่างเดียว เพราะข้อมูลที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์สามารถถูกส่งต่อ แสดงความคิดเห็น และขยายผลได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นเดียวกัน

การทำงานด้านสื่อสารองค์กรจึงต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ทั้งชื่อบุคคล ตำแหน่ง วัน เวลา สถานที่ รายละเอียดกิจกรรม และข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเลือกใช้ภาษา ภาพถ่าย และสื่อประกอบให้เหมาะสมกับบริบทของข่าวและกลุ่มผู้รับสาร

ขณะเดียวกัน การเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เว็บไซต์เหมาะสำหรับการนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นทางการ ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์สามารถนำเสนอประเด็นสำคัญผ่านข้อความและภาพที่กระชับและน่าสนใจ ส่วนสื่อวิดีโอสามารถนำเสนอเรื่องราวผ่านภาพ เสียง และการเล่าเรื่องที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วมได้มากขึ้น

การสื่อสารในยุคดิจิทัลจึงไม่ใช่เพียงการนำเนื้อหาเดียวกันไปเผยแพร่ในทุกช่องทาง แต่คือการ ปรับสารให้เหมาะสมกับผู้รับสารและธรรมชาติของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อให้การสื่อสารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จาก “ผู้ผลิตข่าว” สู่ “ผู้สร้างความเข้าใจ” บทบาทของนักประชาสัมพันธ์และผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อสารองค์กรในปัจจุบันจึงมีความหลากหลายมากขึ้น จากผู้เขียนข่าวและผู้บันทึกภาพ สู่การเป็นผู้ค้นหาประเด็น ผู้เรียบเรียงเรื่องราว ผู้ผลิตสื่อ และผู้วางแนวทางการสื่อสารให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร

คำถามสำคัญในการทำงานจึงไม่ใช่เพียงว่า “วันนี้มีข่าวอะไรที่จะนำเสนอ” แต่ควรเป็น “เรื่องนี้จะสร้างความเข้าใจอะไรให้แก่ผู้รับสาร”

หากข่าวหนึ่งข่าวสามารถทำให้ผู้รับสารเข้าใจภารกิจของมหาวิทยาลัยมากขึ้น เห็นคุณค่าของผลงานนักศึกษา รู้จักงานวิจัยและนวัตกรรมของคณาจารย์ เข้าใจบทบาทของมหาวิทยาลัยที่มีต่อชุมชน หรือเกิดความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานขององค์กร นั่นหมายความว่า การสื่อสารได้ก้าวข้ามจากการ “เผยแพร่ข้อมูล” ไปสู่การ “สร้างความเข้าใจ” อย่างแท้จริง

สื่อที่ดีต้องสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่น การสื่อสารของมหาวิทยาลัยมีส่วนสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นขององค์กรในระยะยาว ภาพลักษณ์ที่ดีไม่สามารถสร้างขึ้นได้จากข่าวหรือกิจกรรมเพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง มีทิศทาง มีความสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือมีความน่าเชื่อถือ

การนำเสนอเรื่องราวของราชมงคลสุวรรณภูมิ จึงควรสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ การสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรม การส่งเสริมการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ตลอดจนการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับการพัฒนาชุมชนและสังคม

เมื่อเรื่องราวเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านข่าว บทความ ภาพถ่าย วิดีโอ และสื่อดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ การสื่อสารจะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกว่า “มหาวิทยาลัยทำอะไร” แต่สามารถตอบคำถามที่สำคัญยิ่งกว่านั้นว่า “มหาวิทยาลัยสร้างคุณค่าอะไรให้แก่นักศึกษา ชุมชน และสังคม”

สรุป : จากข่าวสารสู่การสร้างความเข้าใจ ท่ามกลางข้อมูลข่าวสารจำนวนมากในสังคมดิจิทัล ความท้าทายของสื่อมหาวิทยาลัยจึงไม่ใช่เพียงการผลิตเนื้อหาให้ได้มากหรือเผยแพร่ให้ได้เร็วที่สุด แต่คือการทำให้ทุกข้อมูลที่สื่อสารออกไป ถูกต้อง ชัดเจน เข้าใจง่าย มีความหมาย และสะท้อนคุณค่าขององค์กร

สำหรับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ การสื่อสารจึงควรเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยง “คน” “เรื่องราว” และ “คุณค่า” เข้าด้วยกัน ตั้งแต่เรื่องราวของนักศึกษา ผลงานของคณาจารย์ งานวิจัยและนวัตกรรม กิจกรรมของมหาวิทยาลัย ไปจนถึงความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของการสื่อสารที่ดีไม่ใช่เพียงทำให้คน “เห็นข่าว” แต่คือการทำให้คน “เข้าใจความหมายของข่าว” และมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มหาวิทยาลัยกำลังดำเนินการ

จาก “ข่าวสาร” จึงก้าวไปสู่ “ความเข้าใจ” และจาก “ความเข้าใจ” จึงต่อยอดไปสู่ “ความเชื่อมั่น” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสื่อสารองค์กร และเป็นอีกหนึ่งพลังในการขับเคลื่อนราชมงคลสุวรรณภูมิให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในสังคมดิจิทัล

 

จัดทำโดย  อภิเษก บานแย้ม (นักประชาสัมพันธ์) กองบริหารทรัพยากรนนทบุรี สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ

อ้างอิงจาก

  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ. (2565). วิสัยทัศน์ พันธกิจ. เว็บไซต์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลสุวรรณภูมิ Rajamangala University of Technology Suvarnabhumi
  • Muratova, N., Grizzle, A., & Mirzakhmedova, D. (2019). Media and information literacy in journalism: A handbook for journalists and journalism educators. UNESCO. UNESCO – Media and information literacy in journalism UNESCO
  • Reuters Institute for the Study of Journalism. (2026). Digital News Report 2026: Thailand. University of Oxford. Reuters Institute – Thailand, Digital News Report 2026 reutersinstitute.politics.ox.ac.uk
  • ธนพรรณสิน, ณ., & ณ นคร, เ. (2569). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับนวัตกรรมสื่อดิจิทัลของบุคลากรสื่อมวลชนไทย. วารสารการสื่อสารและสื่อบูรณาการ, 14(1), 65–82. Thai-Journal Online
  • เรืองจรัส, ธ., บุณยโสภณ, ภ., ปิณฑะแพทย์, จ., & บุณยโสภณ, ธ. (2569). การพัฒนารูปแบบศักยภาพบรรณาธิการข่าวขององค์กรสื่อมวลชนไทย เพื่อประสิทธิภาพการทำงานในยุคดิจิทัล. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 10(2), 970–987. Thai-Journal Online




ข้อมูลจาก : หน่วยสื่อสารองค์กร กองบริหารทรัพยากรนนทบุรี


28 ครั้ง

Address

กองบริหารทรัพยากรนนทบุรี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์นนทบุรี เลขที่ 217 ถนนนนทบุรี ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000

  • หน่วยสื่อสารองค์กร 02-969-1370 - 71
  • หน่วยพัสดุ 02-969-1530
  • หน่วยสารบรรณ 02-525-2682
  • หน่วยการเงิน 02-526-5045
การให้บริการ

สถิติการเข้าชม
  • วันนี้ : 1021 ครั้ง
  • เดือนนี้ : 40930 ครั้ง
  • ปีนี้ : 453427 ครั้ง
  • ทั้งหมด : 640613 ครั้ง
Follow Us

Copyright ©2020 กองบริหารทรัพยากรนนทบุรี | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ